รู้จักกับมิตรแท้

ประวัติความเป็นมา

กว่าจะมาเป็นมิตรแท้ฯ .... 

 

      วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2490    หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ 2 ปี บริษัทประกันภัยโดยคนไทยกลุ่มแรก

ในประเทศไทย ได้เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อ บริษัท ไทยประสิทธิประกันภัยและ

คลังสินค้า จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท มีสำนักงานตั้งอยู่บนถนนทรงวาด อำเภอสัมพันธวงศ์ 

จังหวัดพระนคร ในระยะแรก บริษัทฯ เปิดรับประกันอัคคีภัยและประกันภัยทางทะเล จนกระทั่งสามารถ

ขยายกิจการ ให้เปิดรับประกันภัยแบบครบวงจรทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัย ได้แก่ ประกันภัยรถยนต์ 

ประกันอัคคีภัย ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง และการประกันภัยเบ็ดเตล็ด เช่น ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล 

ประกันอุบัติเหตุการเดินทาง ประกันภัยโจรกรรม เป็นต้น

 

      ปี 2494 ย้ายที่ตั้งสำนักงานไปที่อาคารเลขที่ 147 ถนนเสือป่า อำเภอป้อมปราบศัตรูพ่าย และเพิ่มขีด

ความสามารถ ในการรับประกันภัยให้กับลูกค้ารายใหญ่ได้มากยิ่งขึ้น โดยติดต่อกับ บริษัทประกันภัยต่างประเทศ

อาทิ สวิสเซอร์แลนด์ เยอรมนี อังกฤษ อิตาลี นอร์เวย์ และฟิลิปปินส์ เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพในการรับประกันภัยไปยังประเทศต่างๆ

 

      ปี 2510 ยกเลิกกิจการคลังสินค้าเพื่อเน้นการดำเนินธุรกิจด้านการรับประกันภัยและ ประกันชีวิตอย่างชัดเจน

โดยเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น บริษัท ไทยประสิทธิประกันภัย จำกัด เป็นบริษัทธุรกิจแห่งแรกที่สามารถ

นำภาษาไทยมาใช้ในระบบคอมพิวเตอร์ได้สำเร็จ

 

      ปี 2513 ย้ายที่ทำการสำนักงานใหญ่มาที่อาคาร 10 ชั้น เลขที่ 295 ถนนสี่พระยา อำเภอบางรัก 

จังหวัดพระนคร ซึ่งเป็นอาคารที่ทันสมัยมากในยุคนั้น และเพิ่มทุนจดทะเบียน เพื่อเสริมฐานะ

ทางการเงินให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้นเป็น 20 ล้านบาท

 

      ปี 2521 ภายใต้การบริหารงานของ นายสุระ จันทร์ศรีชวาลา ประธานกรรมการบริษัท

ธุรกิจมีการพัฒนาและเติบโตอย่างรวดเร็วสามารถเพิ่มทุนจดทะเบียนขึ้นเป็น 50 ล้านบาท

 

      ปี 2524 บริษัทฯ ได้รับอนุญาตจากกระทรวงพาณิชย์ให้เปิดสาขาที่ประเทศฮ่องกง ซึ่งเป็น

บริษัทประกันภัยของคนไทยแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถขยายกิจการเปิดสาขา 

ในต่างประเทศได้สำเร็จและกิจการมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งมีสาขา กระจายทั่วประเทศ

ถึง 119 สาขา ซึ่งนับได้ว่ามากที่สุดในธุรกิจรับประกัน

 

      ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจประกันชีวิตและประกันวินาศภัย ปี 2535 กำหนดให้บริษัทประกันต้องแยก

กิจการภายในกำหนดเดือนเมษายน 2543 โดยคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้มีการจัดตั้ง บริษัท ไทยประสิทธิ

ประกันชีวิต จำกัด เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2542 เพื่อแยกกิจการประกันชีวิตและประกันวินาศภัย 

 

      วันที่ 27 มีนาคม 2543ได้รับการอนุมัติออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิต ด้วยชื่อใหม่คือ

บริษัท ไทยประสิทธิเนชั่นไวด์ จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจเฉพาะการประกันชีวิตเพียงอย่างเดียว

 

      วันที่ 29 กันยายน 2543 ได้รับการอนุมัติออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจ ประกันวินาศภัย ด้วยชื่อใหม่คือ

บริษัท มิตรแท้ประกันภัย จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจเฉพาะการประกันวินาศภัยเพียงอย่างเดียวจนถึงปัจจุบัน

      นับเนื่องจากวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2490 จนถึงปัจจุบัน กว่า 60 ปีที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจรับประกันภัย

มาด้วยความมั่นคง และประสบความเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้มาโดยตลอด ปัจจุบันบริษัทฯ มีทุนจดทะเบียน

ชำระเต็มสูงถึง 1,418,425,000 บาท บริษัทฯ ไม่เคยหยุดนิ่ง ที่จะพัฒนาการให้บริการทั้งระบบ

เทคโนโลยี และระบบปฏิบัติงานของตัวแทนและพนักงาน เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

ได้อย่างเหนือความคาดหมาย

      ความสำเร็จของมิตรแท้ประกันภัยในวันนี้ เกิดจากความไว้วางใจของลูกค้าทุกคน ที่มั่นใจเลือกเรา

ให้เป็นเพื่อนแท้ที่คอยอยู่เคียงข้างเพื่อสร้างความอุ่นใจในทรัพย์สินอันมีค่าตลอดเวลา นับเป็นกำลังใจ

และแรงสนับสนุนอันคุณค่าอย่างยิ่งที่ทำให้เรามีความมุ่งมั่นพัฒนาการบริการอย่างดีเลิศ และกรมธรรม์

ความคุ้มครองที่ครอบคลุมอย่างคุ้มค่า เพื่อตอบแทนผู้มีอุปการคุณของเราทุกคน มิตรแท้ประกันภัยมีความมุ่งมั่น

อย่างแรงกล้าและพร้อมที่จะเป็นเพื่อนแท้เคียงข้างด้วยงานบริการที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ...อย่างมิตรแท้ตลอดไป 

นโยบายบริษัท

      1. การพัฒนาบุคลากร ส่งเสริมให้พนักงานและผู้ที่สนใจทั่วไปมีความรู้ และเข้าใจในการประกันภัยให้ดียิ่งขึ้น 

      2. การพัฒนาคุณภาพงาน ประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ภายในบริษัทฯ ให้เกิดความร่วม มือในการทำงาน 

      3. การพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างขวัญและกำลังใจให้กับพนักงานในการปฏิบัติงาน 

      4. การพัฒนาสิ่งแวดล้อมในการทำงาน พัฒนาสำนักงานใหญ่ และสาขาให้เหมาะแก่การทำงาน 

      5. การพัฒนาการบริหาร เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างคล่องแคล่ว 

      6. การพัฒนาการบริการ เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการบริการแก่ลูกค้า 

 

      7. การพัฒนาการด้านสมองกล เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการบริหารข้อมูล และการบริการในระบบออนไลน์ ทั่วประเทศ 

      8. การพัฒนาภาพลักษณ์ของบริษัทฯ เพื่อให้การบริการแก่สังคมและมุ่งมั่นที่จะตอบแทนคืนสังคม